อริยอุโบสถ#การเข้าผลสมาบัติ#พระนิพพาน #พระโสดาบัน#พระสกิทาคามี#พระอนาคาม...
ผู้หวังความพ้นทุกข์#เลยไปหนึ่งอสงไขยข้าพระองค์หมอบลงที่ใกล้พระบาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่านโนมทัสสี#ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น#การเกิดครั้งสุดท้าย#กายนี้เป็นตัวทุกข์ล้วนๆ#จิตนี้เป็นตัวทุกข์ล้วนๆ#คือมันจะสลัดคืนกายคืนใจให้โลกไป#พญานกกุณาละในครั้งนั้นเป็นเรา #พญานกดุเหว่าขาวเป็นพระอุทายี #พญาแร้งเป็นพระอานนท์ #นารทฤาษีเป็นพระสารีบุตร #บริษัททั้งหลายเป็นพุทธบริษัท #เธอทั้งหลายจงทรงจำกุณาลชาดกไว้อย่างนี้แล #ปุถุชนเหล่าใดมีจิตกำหนัดเข้าไปส้องเสพหญิงเหล่านั้น#ปุถุชนเหล่านั้นย่อมยังสงสารอันน่ากลัวให้เจริญ#ย่อมก่อภพใหม่ขึ้นอีก#เราเห็นโทษในกามทั้งหลาย #เราสลัดตนจากกามทั้งปวง#เราได้บรรลุความสิ้นอาสวะแล้ว .เพราะละราคะได้อารมณ์สำหรับวิญญาณก็ขาดลงที่ตั้งของวิญญาณก็ไม่มี วิญญาณอันไม่มีที่ตั้งนั้นก็ไม่งอกงาม หลุดพ้นไปเพราะไม่ถูกปรุงแต่ง เพราะหลุดพ้นไปก็ตั้งมั่น เพราะตั้งมั่นก็ยินดีในตนเอง เพราะยินดีในตนเอง ก็ไม่หวั่นไหว เมื่อไม่หวั่นไหว ก็ปรินิพพานเฉพาะตน ย่อมรู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ได้ทำสำเร็จแล้ว กิจอื่นที่จะต้องทำ เพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มีอีก#การบรรลุมรรคผลของมนุษย์ #จิตยอมรับความจริงว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเสมอกันหมดใจที่ภาวนามาถึงจุดนี้จะรู้สึกโลกนี้ราบเป็นหน้ากลอง #ผู้มีกระแสในเบื้องบน
#กายนี้เป็นตัวทุกข์ล้วนๆจิตนี้เป็นตัวทุกข์ล้วนๆ#ถ้าภาวนาได้อย่างนี้นะ#มันจะเกิดอาการของจิต#ที่อัศจรรย์มากคือมันจะสลัดคืนกายคืนใจให้โลกไป#จิตหมดความปรุงแต่ง#ทางไม่เกิด#ถ้าหลุดออกจากกามภพนะ
#ก็เข้าไปรูปภพหรือว่ารูปภูมิก็คือ
#เข้าไปสงบอยู่กับการรู้รูปเช่นรู้ลมหายใจ #จิตไม่เอาแล้วโลกข้างนอก#อารมณ์ทางตาหูจมูกลิ้นกาย
#ไม่เห็นจะมีสาระอะไร
#จิตมารวมลงที่อารมณ์ภายในอันเดียว#อาจจะมารู้ลมหายใจอยู่อันเดียว
#รู้ร่างกายอยู่อันเดียว มาเพ่งรูปอยู่อันเดียวเพ่งดวงกสิณ #ดวงนิมิตอยู่อันเดียว #จิตเพ่งรูปอยู่เรียกว่ารูปภูมิ
#ถ้าจิตไม่อยู่ในกามภูมิ ไม่อยู่ในรูปภูมิ จิตก็ต้องเข้า อรูปภูมิ
#ทิ้งรูปไปแล้วไปอยู่กับนามธรรม เช่นไปอยู่กับความว่าง #จิตอยู่ในความว่าง
#อยู่กับความไม่มีอะไรเลยเพราะงั้นที่เค้าสอนภาวนา
#บางคนสอนภาวนาให้ไปอยู่ในความว่าง อันนั้นเพี้ยนนะ
#ไม่ใช่ทางของพระพุทธเจ้า มันก็เป็นอรูปภูมิ
#เป็นภูมิอีกภูมิหนึ่ง เป็นภพอีกภพหนึ่งเท่านั้นเอง
#งั้นถ้าสติปัญญาเราพอนะ
#เรารู้เลยจิตมันแส่ส่ายออกทางตาหูจมูกลิ้นกายมีแต่ทุกข์
#จิตไม่แส่ส่าย พอจิตไม่แส่ส่ายจิตก็หลุดออกจากกามภูมิ
#เข้ารูปภูมิหรืออรูปภูมิ เข้าเองเลย
#เพราะงั้นพวกเราหัดเจริญสติไปเรื่อย
#พอศีลสมาธิปัญญา สติสมาธิปัญญาแก่รอบนะ
#จิตจะหมดความหลงไหลรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะทั้งหลายมาดึงดูดจิตไหลไปไม่ได้แล้ว
#อย่างน้อยก็ชั่วขณะ ชั่วขณะเท่านั้นแหละ
#ถ้าจิตมันตั้งมั่นรู้ไหลออกไปแล้วทุกข์ ก็ตั้งเด่นดวงอยู่ จิตก็เข้าฌานอัตโนมัติ
#เพราะงั้นถึงเราจะเจริญสติเจริญปัญญาโดยเข้าฌานไม่เป็น
#ถึงนาทีสุดท้ายที่จะเกิดอริยมรรคอริยผลในทุกขั้นตอน
#ตั้งแต่โสดาปัตติมรรคจนถึงอรหัตมรรคเนี่ย จิตจะเข้าฌานของเค้าเอง
#ยกเว้นคนซึ่งเดินปัญญาอยู่ในฌาน เวลาที่จะเกิดอริยมรรคไม่ต้องถอยออกมาอยู่ในโลกก่อนนะ
#ไม่ต้องกลับมาอยู่กามภูมิก่อนนะ จิตเค้าจะตัดอยู่ข้างในได้เลย นี่เป็นพวกหนึ่ง
#แต่รวมความก็คืออริยมรรคไม่เกิดอยู่ในจิตที่อยู่ในกามอย่างพวกเรา
#อริยมรรคจะต้องเกิดอยู่ในรูปภูมิหรืออรูปภูมินะ จะเกิดอยู่ตรงนั้น ไปล้างกันตรงนั้น
#จิตจะเข้าฌานอัตโนมัติ พอจิตเข้าฌานแล้วคราวนี้สติระลึกรู้อยู่ที่จิตนะ
#ไม่ได้เจตนาระลึก มันรู้เอง
#เพราะมันไม่แส่ส่ายออกไปที่ตาหูจมูกลิ้นกายใจ
#ไม่แส่ส่ายไปในความคิด ก็หยุดลงที่จิตดวงเดียว #สติหยั่งลงที่จิต จิตตั้งมั่นอยู่ที่จิต
#เพราะงั้นสมาธินี่เต็มสมบูรณ์แล้ว ตั้งมั่นอยู่ที่จิต สติสมบูรณ์แล้ว ระลึกอยู่ที่จิต
#ปัญญาสมบูรณ์แล้ว เห็นความเป็นจริงทุกสิ่งที่อย่างที่เคลื่อนไหวอยู่ในจิตนะ
#ตรงนี้แหละจิตจะไหวตัวขึ้นมาสองสามขณะ #คือปรุงขึ้นมานะแต่ไม่รู้ว่าคิดอะไร
#ไม่รู้ว่าปรุงอะไร มีความปรุงแต่งเกิดขึ้นแต่ไม่รู้ว่าปรุงอะไร
#จะเห็นแต่ว่าสิ่งบางสิ่งเกิดขึ้นแล้วสิ่งนั้นดับไป จะเห็นอย่างนี้เอง เห็นเอง
#ถัดจากนั้นนะจิตจะรู้เลยมันไม่มีสาระอะไร จิตมันจืดนะ มันไม่เอาอีกแล้ว
#ก็แค่เห็นความปรุงภายในจิตผุดขึ้น พอเห็นความปรุงภายในจิตผุดขึ้นสองสามขณะ
#ความเห็นกลางอย่างแท้จริงเลย รู้อย่างเป็นกลางอย่างแท้จริงไม่ปรุงต่อนะ จิตจะวาง
#พอมันวางแล้วมันจะทวนกระแสเข้าหาธาตุรู้ วางจิตแล้วทวนกระแสเข้าหาธาตุรู้
#ธาตุรู้ก็จิตนั่นแหละ มันเป็นจิตอีกอย่างหนึ่ง
#พอจิตดวงเก่ามันดับไป จิตที่อยู่ในภพภูมิต่างๆมันดับไป
#มันทวนกระแสเข้าหาจิตที่เหนือภพเหนือภูมิ ทวนกระแสเข้ามา
#ขณะที่มันปล่อยวางจิตดวงเดิมนะ แล้วก็ทวนเข้ามาแต่ยังไม่ถึงธาตุรู้นะ คาบลูกคาบดอก
#ไม่ได้เกาะขันธ์แล้วนะ แต่ก็ยังเข้ามาไม่ถึงตัวธาตุรู้ ไม่ถึงอมตะธาตุอมตะธรรม ไม่ถึงพระนิพพาน
#ธาตุรู้ไม่ใช่พระนิพพานนะ แต่ธาตุรู้ไปเห็นพระนิพพาน ต้องแยกให้ออก
#มันยังทวนไม่ถึงธาตุรู้ ไม่ใช่ปุถุชน ไม่ใช่พระอริยะ
#ทำไมไม่ใช่ปุถุชน เพราะมันปล่อยขันธ์แล้ว #ขันธ์สุดท้ายที่มันปล่อยก็คือจิต
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น