ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การบรรลุมรรคผล#เราไม่ได้มุ่งพุทธภูมิ #เราไม่ได้ทำกรรมชั่วหยาบมา #จิตเราจ...

@pornpimontungmepol8144
#กาลเวลาย่อมเยียวยาในทุกสรรพสิ่ง #สิ่งที่ทำให้เราทุกข์มากมายนั้น #สักพักก็จะผ่านพ้นไปได้ดี #ขอเพียงเรามีความอดทน#ให้เป็นตบะเข้าไว้ #ไม่มีสิ่งใดจะอยู่กับเราตลอดไป#ทั้งทุกข์และสุข #ขอเพียงเรามี"สติ" และเข้าใจในสภาวะ#แห่งความเป็นจริงในข้อนี้ได้ #เพราะมนุษย์ทุกคนนั้นต้องพานพบ #แล้วเราจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ #ต่อไปได้แบบสงบเย็นและเป็นประโยชน์ #คำคมธรรมะ #เตือนใจ #ค่อยๆ ฝึกไม่ยากหรอก #บางคนขึ้นรถทัวร์ เขาได้ดีมาแล้ว เคยมีมา#นั่งรถทัวร์นี่ล่ะ นั่งภาวนาไปเรื่อย ๆ #จิตมันเบิกบานยิ้มแย้มขึ้นมา ก็มี #บางคนนั่งฟังธรรม แล้วจิตเบิกบานขึ้นมา เข้าใจธรรมะขึ้นมา #บางคนแสดงธรรมอยู่ #แล้วจิตมันก็แจ่มแจ้งในธรรมะขึ้นมา #หลวงพ่อพุธท่านเคยเล่า #ท่านแจ้งพ้นทุกข์ขึ้นมาบนธรรมมาสน์ #เทศน์ๆ อยู่ จิตมันกำลังเทศน์ๆ #แล้วจิตมันพิจารณาธรรมะที่เทศน์อยู่ #พิจารณาธรรมะแล้วถ่ายทอดไปเรื่อย ๆ ๆ ๆ #เวลาครูบาอาจารย์เทศน์ ไม่ใช่ท่องมา #แต่ธรรมะมันถ่ายทอดจากจิต ถ่ายทอด ๆ ไป #แล้วสติ สมาธิ ปัญญา สมบูรณ์ในขณะนั้น #จิตรวมลงในขณะนั้น ก็ล้างกิเลสในขณะนั้นเลย #แล้วท่านบอกว่าจิตมันถอนขึ้นมา #ใช้เวลาชั่วพริบตาเดียว จิตมันถอนกลับขึ้นมา #ท่านรีบนึกเลยว่าเมื่อกี้เทศน์ถึงอะไร แล้วก็เทศน์ต่อ #คนที่นั่งฟังไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น #มันใช้เวลาสั้นนิดเดียว ชั่ว 2 - 3 ขณะเท่านั้นเอง #แวบเดียวเท่านั้นเอง #เพราะฉะนั้นเราพยายามมีสติ รู้เนื้อรู้ตัว #ไม่เลือกเวลา ไม่เลือกสถานที่ #เวลาไหนถ้าเรามีสติ มีสมาธิอยู่ #ก็อาจจะเกิดมรรคผลเวลานั้นได้ #ไม่มีใครรู้ว่ามันจะเกิดตอนไหน #ถ้าเราทำบ้างไม่ทำบ้างมันไม่ได้เรื่องหรอก #สมมติว่าบารมีเต็มมันก็ไม่ตัดหรอก #เพราะว่ามันหลงไปเสียก่อน อกุศลมันเกิดขึ้นแทนที่ไป #ฉะนั้นเราอย่าประมาท พยายามรู้สึกตัวไว้ตลอดเวลา #อ่านจิตอ่านใจตัวเองเรื่อย ๆ ไป #ไม่ได้หวังผลว่าจะดีเมื่อไร แต่มันมีโอกาสจะดี #แต่ถ้าจิตใจเราล่องลอย ไม่มีโอกาสได้ดีเลย"#หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงน้อยลง
@user-bo2px8zb3r
#เวลาที่เราภาวนาพละ๕มันจะรวมกำลังขึ้นมาเป็นหนึ่ง #รวมเข้ามาที่จิตนี่เองเป็นกำลังหนุนกำลังเสริมจนกระทั่งจิตตั้งมั่นเด่นดวงขึ้นมา#เวลาที่อริยมรรคเกิดสมาธิเต็มกำลังเต็มศีลสมาธิปัญญาเต็ม#คุณงามความดีนั้นเต็มในขณะนั้นก็จะเกิดพลังงานที่มหาศาล #อาสวกิเลสที่ห่อหุ้มจิตเอาไว้มันจะถูกแหวกออกไปขาดสะบั้นออกไป#ใครรู้สึกว่าจิตมีเปลือกบ้างลองยกมือซินี่เห็นเปลือกของมันแล้วรู้สึกไหมเหมือนติดคุกอยู่#รู้สึกไหมว่าทุกข์แค่เห็นอย่างนี้คือเห็นทุกข์แล้วนะเราจะรู้เลยจิตเราไม่มีความสุข#จิตเราไม่อิสระจิตเราติดคุกอยู่เปลือกนี้แตกตอนที่อริยมรรคเกิด#ไม่มีวิธีอื่นที่เปลือกนี้จะแตกได้เลยมีแต่ตอนที่เกิดอริยมรรค๔ครั้ง#โสดาปัตติมรรค #สกิทาคามีมรรค#อนาคามีมรรค#อรหัตตมรรค#ตอนที่เกิดมรรคนี่สิ่งที่ห่อหุ้มตัวผู้รู้อยู่จะแตกออก#จิตที่เป็นอิสระที่เป็นธาตุรู้จะเป็นอิสระขึ้นมาสว่างไสวขึ้นมา#ในพระสูตรบอกว่าอาโลโกอุทะปาทิแสงสว่างเกิดขึ้น#ทีนี้บางท่านบางองค์ในขณะที่เกิดอริยมรรค มีความสุขเกิดร่วมด้วย#ที่หลวงปู่ดูลย์เรียกว่าจิตยิ้มฉะนั้นจิตยิ้มนี่เกิดกับบางคนนะบางคนจิตไม่ยิ้ม#จิตแค่อมยิ้มเฉยๆ #บางคนจิตยิ้มอย่างแรงเลยจิตสงบสันติอันนั้นเป็นอุเบกขา#บางท่านบางองค์จิตยิ้มเบิกบานขึ้นมาอันนั้นจิตมีโสมนัส #เพราะฉะนั้นตอนที่บรรลุอริยมรรคมีเวทนา๒ชนิดคือมีโสมนัสหรือมีความสุขกับมีอุเบกขา#เกิดได้ทั้ง๒แบบเกิดชั่วขณะจิตเดียว ถัดจากอริยมรรคที่แหวกสิ่งที่ห่อหุ้มจิตอยู่ขาดสะบั้นลงไปอริยผลจะเกิดขึ้น

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

พระมหาวิวัฒน์ วิริโย วัดหาดใหญ่สิตาราม สงขลา

กาย เวทนา จิต ธรรม#เราไม่รีบเป็นพระอรหันต์#คำสอนเรื่องนิพพาน#วิมุตติความ...