Bodh Gaya: Center of the Buddhist World
#เราฝึกไปจนกระทั่งใจเข้าสู่ความเป็นกลางเป็นกลาง#และบุญบารมีทั้งหลายเราก็สะสมของเราไป#เวลาวัดการปฏิบัตินะว่าดีหรือไม่นี่เราไม่ได้วัดเป็นรายวันเราจะวัดคล้ายคล้าย เกรดเฉลี่ยเกรดเฉลี่ย#คือจิตใจของเราจะเติบโตขึ้นไปเรื่อยเรื่อย #จิตใจที่เข้มแข็งเติบโตขึ้นมาเนี่ยเมื่อมันมีบารมีมากขึ้นนะ#มันสะสมมาจากการสร้างความดีนานาชนิดนะเป็นพลังของจิต #บางคนเจริญสติอย่างเดียวนะความดีอื่นไม่เอาเลย#เจริญสติเจริญปัญญาอย่างเดียวเรื่องอื่นไม่เอาเลยนะ#เรื่องศีลเรื่องอะไรไม่เอาทั้งนั้นเลยพวกนี้จิตไม่มีพลัง #อย่างมีสมาธิบางคนก็ทำสมาธิเจริญปัญญา ศีลไม่รักษา #จิตจะไม่มีพลัง และพลังของจิตตัวนี้มันเป็นมวลรวม #เป็นพลังรวมจากความดีทุกทุกอย่างที่สะสมไว้#เรียกว่าบารมีต่างๆพอสะสมบารมีต่างๆมากพอแล้ว
#จิตจะเกิดพลังที่จะก้าวกระโดด #จะเกิดเปลี่ยนเรียกว่าเปลี่ยนโคตร#เปลี่ยนตระกูลได้ พวกเราตอนนี้เรามีอยู่ในตระกูลเดียวกันทั้งหมดนะ#คือตระกูลปุถุชนเป็นปุถุชน เมื่อจิตมันมีบุญบารมีมากพอ #มีพลังมากพอ เจริญสติเจริญปัญญา มากพอ
#มันจะก้าวกระโดดเปลี่ยนตระกูลไป ไปอยู่ในตระกูลของโลกุตตระ #ตระกูลของพระอริยะ
#เราจะรู้สึกเลยว่าเรามีพ่อมีแม่ที่แท้จริงนะ#พ่อแม่ของเราในชาตินี้ก็จริงนะเป็นพ่อแม่จริง#แต่เป็นในชาตินี้แต่พ่อแม่ของเราในสังสารวัฏ นี้ คือ #พระพุทธเจ้า เราจะรู้สึกว่า เรารู้แล้วล่ะว่า #พ่อแม่ของเราคือใคร พี่น้องของเราคือใคร #มันจะรู้สึกอย่างนั้น
#เรารู้แล้วว่าบ้านเราอยู่ที่ไหน เพราะเราหลงออกมาจากบ้าน #คล้ายคล้ายอย่างนั้นนะ คล้ายคล้ายเด็กหลงทาง
#เราเป็นเด็กหลงทาง เด็กบางคนหลงทางมานาน #จนไม่รู้ว่าตัวเองมีบ้านอยู่ #พวกเรานี่คือเด็กที่หลงทางมานาน
#เราไม่รู้ว่าเรามีบ้านที่แท้จริง เราก็ไม่คิดที่จะกลับ นี้ #พระพุทธเจ้าเมตตากรุณา สูงนะ #ท่านอุตส่าประกาศธรรมะออกมา
#ลำบากขันท์มากเลยนะ ในการประกาศธรรมะ คล้าย คล้าย สอนวัว สอนควาย ให้ขึ้นต้นไม้นะ #ไม่ใช่ง่ายๆนะ สอนให้คนละกิเลส ดีไม่ดีมันก็แว้งเอานะ มันโกรธเอา #ท่านอุตส่าทำ ท่านก็ชี้ทางให้เรา #พอเราเริ่มเดินไป เดินไป
#ถึงจุดที่เรารู้ความจริงแล้วว่าตัวเราไม่มี รูปธรรม นามธรรม มีอยู่ #แต่ไม่มีเจ้าของ ไม่ใช่ตัวเรา การกระทำ นะ มีอยู่แต่ไม่มีผู้กระทำ ใจมันอย่างนี้ #มันรู้จักความจริงของธรรมะละ มันล้างความเห็นผิดว่ามีตัวมีตน
#ล้างความเห็นผิดในเรื่องวิธีปฏิบัติ ไม่งมงาย #หมดความลังเลสงสัยในพระรัตนตรัย ใจได้พระโสดา
#เป็นพระโสดาบัน คล้ายเด็กหลงทาง #ที่รู้แล้วว่าบ้านอยู่ที่ไหน แต่ยังกลับไม่ถึงบ้าน #เรารู้นะว่าบ้านเราอยู่ที่ไหน รู้แล้วว่าพ่อแม่เราคือใคร รู้ว่าพี่น้องเรามี #คือบรรดาพระอริยเจ้าทั้งหลาย #แต่ว่าเรายังกลับไม่ถึงบ้าน#เราก็จะเกิดความพากเพียรนะมุ่งมั่น #ศรัทธาของเราคราวนี้จะแน่นแฟ้นนะ ไม่คลอนแคลน ละ#เราก็ขยันภาวนา ไปเรื่อย #บางคนก็ใช้เวลานานหน่อย นะอินทรีย์ไม่แก่กล้าใช้เวลา 7 ชาติ 7 ชาติสั้นนิดเดียวนะ #เราเวียนตายเวียนเกิดนับชาติไม่ถ้วน #บางคนก็สองสามชาติ บางคนก็ชาติเดียว ภาวนาไปเรื่อย เรื่อย #สุดท้ายมันก็ถึงบ้าน ถึงบ้านแล้วโฮ้ย#หาบ้านแทบตาย บ้านอยู่ที่นี่เอง หาซะรอบจักรวาล อยู่ที่จิตที่ใจที่บริสุทธิ์ขึ้นมานี่เอง จะพบพระพุทธเจ้าตัวจริงนะ #เราจะพบว่าพระพุทธเจ้ามีจริงจริง แต่ว่าไม่ใช่เป็นพุทธเจ้าที่ไปนั่งเข้าแถว นั่งสมาธิอะไรอย่างนั้นนะ หรือบางสํานักก็นั่งเก้าอี้ พุทธเจ้านั่ง บางสำนักก็นั่งสมาธิ #กระดุกกระดิกไม่ได้ด้วย เหมือนรูปปั้น ไม่ใช่หรอก #อะไรที่ยังเป็นรูปเป็นนามอยู่ไม่ใช่นิพพานนะ #เป็นรูปเป็นนามไม่ใช่นิพพาน #นิพพานเป็นสภาวะที่สิ้นตัณหา สิ้นทุกข์สิ้นขันท์ แต่ว่ามีไหมสภาวะนั้น มี ก็#สภาวะที่สิ้นทุกข์สิ้นขันท์สิ้นตัญหา นั้นแหละ นะ #เวลาที่ตายธาตุขันท์นี้แตก พลังงานที่มีอยู่ทิ้งไว้ในโลกนะ ส่วนอมตะธาตุ อมตะธรรมรวมเข้ากับพระนิพพานไป
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น